Make your own free website on Tripod.com

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง Reproductive System.html

ระบบสืบพันธุ์หญิง
โครงสร้างของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

รังไข่ (Ovary) รังไข่ชั้นนอกประกอบด้วยถุงไข่ซึ่งเจริญอยู่ในชั้นต่างๆ

ถุงไข่อ่อน (primodial follicle) ประกอบด้วยเซลล์ไข่ (oocyte) ล้อมรอบด้วยเซลล์แกรนูโลซา เจริญอยู่ในขั้น
diplotene ของระยะ prophase ของการแบ่งตัวแบบ meiosis ครั้งที่ 1 การแบ่งตัวจะดำเนินต่อเมื่อผู้หญิง เข้าสู่วัยแรกรุ่นเท่านั้นถุงไข่ปฐมภูมิ (primary follicle) เซลล์ไข่เจริญขึ้นล้อมรอบด้วยเซลล์แกรนูโลซา ซึ่งแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและมีตัวรับสัญญาณ FSH (FSH receptor) เซลล์ไข่หลั่งสาไกลโคโปรตีน แยกไข่อ่อนจากเซลล์แกรนูโลซาถุงไข่ทุติยภูมิ (secondary follicle) เซลล์ไข่จะเจริญและ โตเต็มที่ มีตัวรับสัญญาณของ LH (LH receptor) เซลล์ไข่ที่อยู่ในถุงไข่ขั้นนี้แบ่งตัวแบบไมโอซิสต่อ อยู่ในขั้นเมทาเฟสที่ 1 (Metaphase i)

ถุงไข่กราเฟียน (graffian follicle) เซลล์แกรลูโนซาเพิ่มจำนวน การสะสมของเหลวในถุงไข่ (follicular fluid) เกิดช่องของเหลวตรงกลางเรียกว่า แอนทรัม (antrum) เซลล์ไข่ในถุงไข่กราเฟียนแบ่งตัวแบบไมโอซิสถึงขั้น เมทาเฟสที่ 2 จะไม่เจริญต่อจนกว่าจะได้รับการผสมกับเชื้ออสุจิ ของเหลวในถุงไข่ (follicular fluid) ประกอบด้วยโปรตีน ฮอร์โมนชนิดเปปไทด์ (FSH,LH) เอนไซม์ต่างๆ

หน้าที่ของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

การสร้างเซลล์ไข่ (Oogenesis) เซลล์โอโอโกเนีย ทั้งหมดในรังไข่ของตัวอ่อนในครรภ์จะพัฒนาเป็น เซลล์ไข่ปฐมภูมิ จากนั้นเริ่มมีการแบ่งตัวแบบไมโอซิส ครั้งที่ 1 โดยการสร้าง DNA เพิ่มขึ้น (4n) เมื่อคลอด เซลล์ไข่อยู่ในขั้นปฐมภูมิซึ่งมีโคโมโซม 46 อัน แต่ละโคโมโซมมี 2 โครมาทิด เซลล์หยุดการเจริญที่ขั้น diplotene ตลอดวัยเด็ก เมื่อถึงวัยแรกรุ่นรังไข่เริ่มทำงานเซลล์ไข่ปฐมภูมิแบ่งตัวต่อให้เซลล์ไข่ทุติยภูมิ ซึ่งมีโคโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง และโพลาร์บอดีอันที่ 1 การแบ่งตัวแบบไมโอซิสครั้งที่ 2 เกิดขึ้นขณะที่เซลล์อยู่ใน ท่อนำไข่และได้รับการผสมกับเชื้ออสุจิแล้วเมื่อการแบ่งตัวแบบไมโอซิสครั้งที่ 2 เสร็จสมบูรณ์จะได้ไข่ที่เจริญเต็มที่ ซึ่งมีโครโมโซม 23 อัน และโพลาร์บอดีอันที่ 2 รอบเดือนระบบสืบพันธุ์เพศหญิงมีลักษณะการเปลี่ยนแปลง เป็นวงจรหรือเป็นรอบ แต่ละรอบใช้เวลา 28 วัน การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดที่รังไข่ มดลูก และอวัยวะเพศส่วนอื่นๆ
เช่น ปากมดลูก โดยเฉพาะที่มดลูกมีการสลายเซลล์ที่ผนังบุผนังมดลูกทำให้เกิดเป็นเลือดประเดือน รอบเดือนนี้ เป็นผลของการออกฤทธิ์ร่วมระหว่างฮอร์โมนจาก ไฮโพทาลามัสต่อมใต้สมองส่วนหน้า และรังไข่ รอบเดือนน ี้เริ่มนับวันที่มีประจำเดือนวันแรกเป็นวันที่ 1